Blog และ ข่าวสาร

Blog บทความออนไลน์

ติวเนื้อหาคณิตศาสตร์ ม.4-6 เพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ฝึกตะลุยโจทย์แนวข้อสอบกว่าพันข้อเพื่อฝึกฝีมือและทักษะการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ และบทความ

สมัครเรียนออนไลน์ กับครูสอน Tuemaster

คลิกเลย

ประโยคคำถาม Who, When, Where, Why, What, Whom, How



ประโยคคำถาม Who, When, Where, Why, What, Whom, How

 ประโยคคำถาม (Question sentence) เป็นประโยคที่ใช้ถามเพื่อต้องการคำตอบจาก ผู้ที่เราสนทนาด้วย ประโยคคำถามมี 4 ชนิด คือ

ประโยคคำถามที่ขึ้นต้นด้วยกริยาช่วย (Yes-no question)

เป็นประโยคที่ต้องการคำตอบว่า yes (ใช่) หรือ no (ไม่ใช่) เท่านั้น ประโยคคำถามประเภทนี้ต้องขึ้นต้นประโยคด้วยกริยาช่วย (Yes-no question) เป็นประโยคที่ต้องการคำตอบว่า yes (ใช่) หรือ no (ไม่ใช่) เท่านั้น ประโยคคำถามประเภทนี้ต้องขึ้นต้นประโยคด้วยกริยาช่วยการทาประโยคคำถามแบบ Yes-no question นี้ ทาจากประโยคบอกเล่าธรรมดา (Affirmative sentence) โดยเอากริยาช่วย (Helping Verb) มาไว้ข้างหน้า ได้แก่ Verb to be, will, have ถ้าประโยคใดไม่มีกริยาช่วยให้ใช้ Verb to do โดยกระจายรูปกริยาช่วยให้ถูกต้องตามประธาน และทำกริยาแท้ให้อยู่ในรูปเดิมที่ไม่ต้องเติม s หรือ es แล้วลงท้ายประโยคด้วยเครื่องหมายคำถาม (question mark) ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ประโยคบอกเล่า                                                         ประโยคคำถาม

She is your teacher.                                                     Is she your teacher?

(เธอเป็นครูของคุณ)                                                   (เธอเป็นครูของคุณใช่ไหม)

He likes you.                                                               Does he like you?

(เขาชอบคุณ)                                                              (เขาชอบคุณหรือเปล่า)

They buy air ticket.                                                    Do they buy air ticket?

(เขาซื้อตั๋วเครื่องบิน)                                                   (เขาซื้อตั๋วเครื่องบินใช้ไหม)

ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคาที่เป็นคำถาม (Question word question)

คือ ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำที่เป็นคำถาม ได้แก่ what (อะไร), when (เมื่อไหร่), where (ที่ไหน), who (ใคร), whom (ถึง, แก่ใคร), whose (ของใคร), which (อันไหน/สิ่งไหน), why (ทาไม), how (อย่างไร)

ในการตั้งคำถามด้วยคำเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะต้องตามด้วยกริยาช่วย ยกเว้น who ตามด้วยกริยาแท้ และ whose ตามด้วยคำนาม ส่วน which ตามด้วยคำนามที่เป็นกรรมหรือกริยาช่วย ขอให้ศึกษารายละเอียดการใช้คาที่เป็นคำถาม (Question word question) แต่ละตัว ดังต่อไปนี้

    1. What อ่านว่า วอท แปลว่า อะไร ใช้ถามเกี่ยวกับคน สัตว์ สิ่งของ เช่น

    ประโยค

    ตอบแบบสั้น (Short form)

    ตอบแบบยาว (Long form)

    What is in the cage?

    (อะไรอยู่ในกรง)

    What are you reading?

    (คุณกำลังอ่านอะไรอยู่)

    What is your father?

    (พ่อของคุณเป็น อาชีพอะไร)

    A bird.

    (นกตัวหนึ่ง)

    A newspaper.

    (หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง)

    A doctor.

    (หมอคนหนึ่ง)

    A bird is in the cage.

     

    I am reading a newspaper.

     

    He is a doctor.

    1. Where อ่านว่า แวรฺ แปลว่า ที่ไหน ใช้ถามสถานที่ เช่น

    ประโยค

    ตอบแบบสั้น

     (Short form)

    ตอบแบบยาว

    (Long form)

    Where do you live?

    (คุณอาศัยอยู่ที่ใด)

    Where will you go?

    (คุณจะไปไหน)

              Where is the dog?

    (สุนัขอยู่ที่ไหน)

    In Phuket.

    (ในจังหวัดภูเก็ต)

    To the market.

    (ไปตลาด)

    Under the tree.

    (ใต้ต้นไม้)

    I live in Phuket.

     

    I will go to the market.

     

      The dog is under the tree.

     

    3. When อ่านว่า เวน แปลว่า เมื่อไร ใช้ถามเกี่ยวกับเวลา เช่น

    ประโยค

    ตอบแบบสั้น

     (Short form)

    ตอบแบบยาว

    (Long form)

    When will you go home?

    (คุณจะกลับบ้านเมื่อไร)

    When will your uncle Next year

    Visit to you ?

    (ลุงของคุณมาเยี่ยมคุณเมื่อไร)

    At four o’clock.

    (สี่โมง)

    next year.

     

    (ปีหน้า)

    I will go home at four o’clock.

     

    My uncle will visits to next year.

    4. Who อ่านว่า ฮู แปลว่า ใคร ใช้ถามบุคคล เช่น

    ประโยค

    ตอบแบบสั้น

     (Short form)

    ตอบแบบยาว

    (Long form)

    Who is that man?

     

    (ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร)

    Who wants to go home now?

    (ใครอยากจะกลับบ้านตอนนี้บ้าง)

    George Smith.

    (จอร์จ สมิธ)

    Boonchu and Chalerm.

    (บุญชูและเฉลิม)

    That man is George Smith.

     

    Boonchu and Chalerm want

    to go home.

    5. Why อ่านว่า วาย แปลว่า ทำไม ใช้ถามเมื่อต้องการถามถึงเหตุผล เช่น

    ประโยค

    ตอบแบบสั้น

     (Short form)

    ตอบแบบยาว

    (Long form)

    Why do you go to the book store?

     

         (คุณไปร้านหนังสือทำไม)

    Why are you late?

    (ทำไมคุณมาสาย)

    To buy a book.

    (ซื้อหนังสือ)

     

    Because the traffic is heavy.

    (เพราะรถติด)

    I go to the book store to buy

     

    a book.

    I am late Because the traffic is heavy.

    6. Which อ่านว่า วิซ แปลว่า ตัวไหน อันไหน หรือเป็นการไถ่ถามให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น

    ประโยค

    ตอบแบบสั้น

     (Short form)

    ตอบแบบยาว

    (Long form)

    Which work do you prefer a teacher or a soldier?

     

    (คุณชอบทำงานอะไร ครูหรือทหาร)

    Which school do you go?

    (คุณจะไปโรงเรียนไหน)

    A teacher.

     

    (ครู)

     

    Satri Phuket School.

    (โรงเรียนสตรีภูเก็ต)

    I prefer a teacher.

     

    I go to Satri Phuket  School.

    7. How อ่านว่า ฮาว แปลว่า อย่างไร ใช้ในความหมายที่ต่างกัน ดังนี้

    How ใช้ถามลักษณะอาการ วิธีการคมนาคม การใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น

    ประโยค

    ตอบแบบสั้น

     (Short form)

    ตอบแบบยาว

    (Long form)

    How do you go to Suan Chatuchak?

     

    (คุณจะไปสวนจตุจักรอย่างไร)

    How is Wasana?

    (วาสนาเป็นอย่างไรบ้าง)

    How are you?

    (คุณเป็นอย่างไรบ้าง)

    By bus.

     

    (นั่งรถโดยสารประจำทางไป)

    Very nice.

    (ดีมาก)

    Fine, thank you. And you?

    (สบายดี ขอบคุณ แล้วคุณหละ)

    I go to Suan by bus.

     

    She is very nice.

    I am fine, thank you.

    How long ใช้ถามเกี่ยวกับระยะเวลาว่านานเท่าใด เช่น

    ประโยค

    ตอบแบบสั้น

     (Short form)

    ตอบแบบยาว

    (Long form)

    How long does it take from Sanamloang  to Victory Monument?

     

    (จากสนามหลวงไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิใช้เวลานานเท่าไร)

    About half an hour by taxi.

     

    (ประมาณครึ่งชั่วโมงโดยรถรับจ้าง)

    It’s half an hour by taxi.

    How often ใช้ถามเกี่ยวกับความถี่ เช่น

    ประโยค

    ตอบแบบสั้น

     (Short form)

    ตอบแบบยาว

    (Long form)

    How often does he see her?

     

    (เขามาหาเธอบ่อยเพียงไร)

    Once a week.

     

    (สัปดาห์ละครั้ง)

    He sees her once a week.

    How many ใช้ถามจำนวนมากน้อยเท่าใด (คำนามนับได้เช่น

    ประโยค

    ตอบแบบสั้น

     (Short form)

    ตอบแบบยาว

    (Long form)

    How many books do you read?

     

    (คุณอ่านหนังสือมากเท่าไร)

    Two books.

     

    (สองเล่ม)

    I read two books.

    How far ใช้ถามระยะทางว่าไกลเท่าไร เช่น

    ประโยค

    ตอบแบบสั้น

     (Short form)

    ตอบแบบยาว

    (Long form)

    How far is it from here to Bangkok?

     

    จากที่นี่ไปกรุงเทพฯ ไกลแค่ไหน)

    About 850 Kilometers.

     

    (ประมาณ 850 กิโลเมตร)

    It is about 850 Kilometers.

    How old ใช้ถามอายุ เช่น

    ประโยค

    ตอบแบบสั้น

     (Short form)

    ตอบแบบยาว

    (Long form)

    How old are you ?

     

    (คุณอายุเท่าไหร่ อะไร)

    Twenty years old.

     

    (ยี่สิบปี)

    I am twenty years old.

    How about ใช้ถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ เช่น

    ประโยค

    ตอบแบบสั้น

     (Short form)

    ตอบแบบยาว

    (Long form)

    How about the cinema ?

     

    (ภาพยนตร์เป็นอย่างไรบ้าง)

    Very good

     

    (ดีมาก)

    It is very good.

    How high ใช้ถามความสูงของสิ่งของที่มีความสูงมากๆ เช่น อาคาร ภูเขา เช่น

    ประโยค

    ตอบแบบสั้น

     (Short form)

    ตอบแบบยาว

    (Long form)

    How high is that building?

     

    (อาคารหลังนั้นสูงเท่าไร)

    How tall are you?

    (คุณสูงเท่าไร)

    Fifty feet.

    (สูง 50 ฟุต)

    Six feet.

    (สูง ฟุต)

    It is fifty feet high.

    I am six feet tall.

การตั้งคำถาม

ขอให้นักศึกษาสังเกตว่าการใช้ Question words มาตั้งเป็นประโยคคำถามนั้น Question words จะอยู่ข้างหน้าประโยค ตามด้วยกริยาช่วย ประธาน กริยาแท้ กรรมและส่วนขยาย ตามโครงสร้างประโยค ดังนี้

Example (ตัวอย่าง)

How do you go to Suan Chatuchak?

Where do you live?

When will you go home?

Who is that man?

What are you reading?

Why do you go to the book store?

Question words บางคำสามารถตามด้วยกริยาแท้ (Verb) ได้เลย หากคำถามนั้นถามถึงประธาน (Subject) ของประโยค ซึ่งมีโครงสร้างดังนี้

Example (ตัวอย่าง)

What is - in the case?

Who wants to go home now?

What ในคำถามแรกถามถึงประธานของประโยคซึ่งเป็นสัตว์ จึงใช้คำว่า What ส่วน Who ใช้ถามสำหรับคนเท่านั้น สำหรับคำว่า Which เป็นคำถามเกี่ยวกับลักษณะให้เลือกตอบ แปลว่าอันไหน ตัวไหน จึงต้องตามด้วยคำนามหรือสรรพนามเสมอ แล้วตามด้วยกริยาช่วย ประธาน กริยาแท้ กรรมและส่วนขยาย มีโครงสร้างดังนี้

Example (ตัวอย่าง)

Which work do you prefer, a teacher or a soldier?

Which school do you go?

Which one do you like?

Which one does he want?

ส่วนคำว่า How สามารถตามตัวด้วยคาคุณศัพท์ (Adjective) เพื่อถามลักษณะต่างๆ ได้ มีโครงสร้างดังนี้

Example (ตัวอย่าง)

How long does it take from Sanamluang to Victory Monument?

How often does he see her?

How far is it from here to Bangkok?

How old are you?

How high is that building?

ถ้าถามถึงจำนวนหรือปริมาณจะใช้ How many สำหรับสิ่งที่นับได้ และ How much สำหรับสิ่งที่นับไม่ได้ เช่น

How many boys are there in this village? (ในหมู่บ้านนี้มีเด็กผู้ชายกี่คน)

How much sugar do you want? (คุณต้องการน้ำตาลเท่าไร)

How much coffee does he drink everyday? (เขาดื่มกาแฟมากเท่าใดใน 1 วัน)

How many birds are there in that case? (ในกรงนั้นมีนกกี่ตัว)

สำหรับการถามราคาจะใช้คำถามว่า How much does it cost? เสมอ